ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีใช้งานและแต่งรูปด้วย Fotorus ตอนที่ 2 – Collage, PIP, Proedit และ Library

หลังจากที่ได้รีวิว Fotorus แบบรวมๆ และวิธีใช้งาน Fotorus ตอนที่ 1 มาแล้ว คราวนี้จะมาเขียนถึงวิธีแต่งรูปด้วย Fotorus กันต่อ ในคราวนี้ก็จะว่าถึง Collage กัน ซึ่งก็มีหลายๆแอพที่ทำได้ แต่แอพ Fotorus นี้ ก็ถือว่าทำได้ดีไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว
เรามาลองเริ่มใช้งานกันเลย หลังจากที่เราเลือกรูปเสร็จแล้ว (เลือกได้สูงสุด 9 รูป) ก็จะได้มาสู่การตั้งค่าตกแต่งกัน เริ่มที่ modul ซึ่งจะมี 3 ตัวให้เล่น คือ
1. Style : เลือกการลำดับจัดเรียงภาพ
2. Effect : ไว้เพิ่มเงาและแต่งขอบ
3. Background : เลือกฉากหลัง
ถ้าถูกใจแล้ว ก็กด Save ไว้ได้เลย



มาต่อที่ Free จะให้เราเลื่อนแต่ละภาพได้ไปวางตรงไหนก็ได้ หมุนไปมาได้ และถ้าลองกดที่ปุ่มดาวบนรูป ก็ยังสามารถแก้ไขรูปได้อีกด้วย แต่ในเมนู Free นี้ จะปรับได้แค่ Style กับ Background เท่านั้น




และอันสุดท้าย คือ Link ซึ่งจะปรับได้แค่ Style อย่างเดียว ส่วนมากจะเรียงต่อๆกันลงมา ไม่ค่อยจะมีลูกเล่นอะไรมากนัก




ต่อไปก็มากันที่เมนูหลักอีกตัวนึง ก็คือ PIP จะเน้นทำแบบเป็นภาพเดี่ยว แล้วเอามาเลือก Background หรือมาใส่เรื่องราวต่างๆให้กับภาพ ให้ภาพดูน่าสนใจขึ้น และเรายังสามารถ download เพิ่มได้อีก โดยกดที่ปุ่มลูกศรชี้ลงที่ทางด้านซ้ายล่างๆ เมื่อกดเข้าไปก็จะมี template ต่างๆออกมาให้เลือกสรรอีกเพียบ




Pro Edit คือเครื่องมือที่ช่วยในแก้ปรับ แก้ไข แบบ ภาพต่อภาพ ซึ่งเรามักจะใช้เจ้าตัวนี้มาปรับแก้ภาพกันก่อน แล้วจึงค่อยเอาไปรวมกับภาพอื่นๆเพื่อทำเป็นเรื่องราวๆ Collection ต่างๆ ต่อไป โดยฟังค์ชันที่มีมาให้นั้น ก็ถือว่าครบถ้วน เพียงพอสำหรับเราเลย เช่น Filter, Scene, Light, Stretch, Light Pen, Sticker, Font, Border, Crop และ Rotate แต่งภาพเสร็จแล้ว ก็กดปุ่มเซฟด้านขวาบนเหมือนกัน




เมนู Library เอาไว้สำหรับเลือกกดดูและจัดการพวก template แม่แบบต่างๆที่เรามี และเอาไว้สำหรับโหลด template ใหม่ๆเข้ามาเพิ่มด้วย เข้าไปดูบ่อยๆ ก็จะเห็นว่ามีตัวใหม่ๆเพิ่มเข้ามาบ่อยเลย และที่เมนู manage ก็เอาไว้ลบอันที่เราไม่ใช้ออกไป เพื่อประหยัดทรัพยากรเครื่องของเรา




สรุปแล้ว app Fotorus ก็เป็นแอพตกแต่งภาพอีกอันหนึ่งที่ใส่ฟังค์ชั่นมาให้อย่างครบถ้วน และมี template ให้เลือกอย่างหลากหลาย ปรับแต่งได้เยอะ และสามารถอัพไปยังพวก social ต่างๆได้ง่ายและคล่องตัวมาก แนะนำให้โหลดติดเครื่องไว้เลยครับ มันยอดมาก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ค่า ISO ในกล้องคืออะไร

ค่า ISO คิดว่ามือใหม่คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งค่านี้เราต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นให้ได้เสียก่อน เพื่อที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้น ค่า ISO ย่อมาจาก International Standards Organization ค่า ISO คืออะไร แบ่งเป็น 2 จำพวกนะครับ คือ - ในกล้องจำพวกกล้องฟิล์ม ค่า ISO (ASA) คือ ค่าความไวของฟิล์มต่อแสง แสดงเป็นตัวเลข เช่น 100, 200, 400 ... ซึ่งค่านี้ถ้ายิ่งน้อย ค่าความไวแสงก็จะน้อย พวกจุดๆ ก็จะน้อยตาม - ในค่า ISO กล้องดิจิตอลหรือ ISO กล้อง DSLR คือ ค่าความไวแสงของตัว image sensor เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ถ้า ISO ต่ำๆ จะไวต่อแสงน้อย ถ่ายในที่สว่างๆได้ แต่ถ้าถ่ายที่แสงน้อยจะได้ภาพมืดๆออกมา ถ้า ISO มากๆ จะใช้กับการถ่ายภาพที่มืด เพราะจะมีความไวต่อแสงมากกว่า จึงไวกว่าในที่แสงน้อยกว่า จำง่ายๆ คือ ISO มาก แสงน้อย / ISO น้อยแสงมาก แต่ถ้าค่า ISO ที่สูงขึ้น ก็มักจะได้สัญญาณรบกวน (noise) เกิดขึ้นตามมาเช่นกัน ดังนั้นก็ควรที่จะตั้งค่า ISO ให้ต่ำที่สุดที่จะได้ภาพที่มี noise น้อยสุด แต่คงไว้ซึ่งความคมชัดตามที่เราต้องการ โดยทั่วไป เรามักจะตั้งค่าโหมดถ่ายภาพไว้ที่ auto ซึ่งในโหมดนี้ มันจะคำนวณ...

Ammyy โปรแกรมสำหรับ remote desktop ตัวนี้ฟรี

โปรแกรม ammyy นี้ เป็นอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้กันสำหรับการทำ Remote Desktop นอกเหนือจากเจ้า teamviewer ที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว โดยตัวนี้จะมีข้อดีตรงที่ไฟล์จะมีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย และไม่ต้องติดตั้งเลย โหลดเสร็จก็เปิดรันได้เลย ตอนนี้เวอร์ชันที่ใหม่ล่าสุด คือ 3.5 ด้วยจำนวนคนใช้งานที่มากถึง 40 ล้านคน (ตามหน้าเว็บ เค้าว่ามา) ข้อดีหลักๆของตัว ammyy นี้ คือ 1. ไฟลล์มีขนาดเล็กถึงเล็กมาก โหลดได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว ใช้งานโดยที่ไม่ต้องติดตั้ง 2. เชื่อมต่อได้แม้มี firewall หรือผ่าน NAT 3. ระบบการส่งผ่านข้อมูลที่ปลอดภัยสูง (hybrid encryption algorithm) 4. มีระบบคุยด้วยเสียง (voice chat) และตัว file manager มาให้ใช้ได้เลย 5. สามารถควบคุมและจัดการเครื่องปลายทางได้อย่างครอบคลุม การติดตั้งและใช้งาน 1. โหลดโปรแกรมมาจากเว็บของเค้าก่อน http://www.ammyy.com/en/ 2. โหลดเสร็จแล้ว ไม่ต้องติดตั้ง เปิดโปรแกรมเลย จะได้หน้าจอประมาณนี้ ซึ่งจะแสดงหมายเลข ID ของเรา (Your ID) และเลข IP ของเครื่องเรา เอาไว้ให้เพื่อน login เข้ามาที่เครื่องเรา 3. เมื่อเราจะ remote ไปเข้าเครื่องอื่น...

วิธีการลด noise ของภาพก่อนที่จะลงรูปภาพขาย

หลังจากที่ผมโดน dreamstime.com ปฏิเสธไม่รับรูปผม จำนวน Refused Files ในพอร์ตจึงเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย ทำเอาเสียกำลังใจไป (นิดหน่อย) เลยทีเดียว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวส่งใหม่ เพราะเราเกิดจาก IM สายปั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ สบายๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนเริ่มรอบใหม่ ก็ต้องมีการทบทวนของเก่ากันหน่อยว่าเกิดจากสาเหตุใด ที่ทำให้ภาพถูกปัดตกไปเยอะขนาดนั้น (ไม่ขอบอกจำนวนว่ามีกี่ภาพ) ซึ่งหลักๆของข้อหาในรอบนี้ คือ noise เรื่องของ noise วันนี้ก็เลยขอแปลเรื่องการการลด noise ที่ทาง dreamstime.com ให้ผมไปอ่านและฝึกใหม่ Remove the noise before submitting your pictures อันนี้คือลิงค์ต้นฉบับ – Adjust levels, curves, color balance, brightness and contrast; do this first! : ปรับเชค levels, curves, color balance และ brightness and contrast เรื่องเหล่านี้ควรที่จะทำก่อนเพื่อนเลย – Isolate the main noisy areas. Because the filters will soften the picture, therefore you need to apply it only on the areas that really need it. : แยกส่วนที่มี noise เยอะๆ ออกมาก่อน แล้วจึงทำการใช้พวก filter ต่างๆ มาล...