ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขั้นตอนการ upload ภาพของ Dreamstime.com ทาง web upload

การอัพภาพ (uploadimage) ของเว็บ dreamstime.com นั้น สามารถทำได้ค่อนข้างเร็ว และเรายังสามารถที่จะอัพรูปได้ครั้งละหลายๆรูปในคราวเดียวกัน ผ่านทางหน้าเว็บได้เลย แล้วค่อยไปแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดในตอนหลังก็ได้ ก็ถือว่าค่อนข้างง่ายดี สำหรับในกรณีที่อัพภาพครั้งละไม่มากนัก โดยภาพที่จะอัพผ่านหน้าเว็บนั้นต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 3.00 MP ในรูปแบบ jpg ที่มีคุณภาพสูงสุด

วิธีการอัพโหลดมีขั้นตอน คือ

1. ไปที่หน้า member (http://www.dreamstime.com/profile) ของเราก่อน แล้วมองหาคำว่า Upload Images




2. เราก็จะเข้าสู่หน้าอัพโหลดภาพ สังเกตดูจะพบว่าทางเว็บบอกเราว่าให้ลากไฟล์ภาพ (Drop Files Here) ที่ต้องการมาวางในพื้นที่สีเทาๆได้เลย ก็จัดว่าง่ายดีไม่ต้องเลือกมาก โดยในหน้านี้จะมีส่วนที่ต้องสังเกตและใช้งานบ่อยๆอยู่ คือ
2.1 Add file เอาไว้เลือกเพิ่มไฟล์
2.2 Start Upload เริ่มอัพโหลดภาพขึ้นไป
2.3 Cancel Upload ยกเลิกการอัพโหลด
2.4 Unfinished files แสดงภาพที่อัพโหลดขึ้นไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ใส่รายละเอียดและกด submit
2.5 Pending Files คือไฟล์ที่อัพเสร็จ รอทางเว็บ dreamstime.com มาตรวจ
2.6 Your Approve Ratio แสดงอัตราการ approve ภาพของเรา ในตัวอย่างจะเห็นว่ามีแค่ 59.5% แสดงอัตราการอัพภาพแล้วผ่านมีแค่นั้น ดังนั้นทางเว็บ dreamstime.com จึงให้เราอัพได้แค่ 3500 ภาพเท่านั้นในสัปดาห์นั้น เราต้องเพิ่มอัตราการอัพภาพผ่านก่อน จึงจะเพิ่มจำนวนรูปสูงสุดได้
เมื่อเลือกรูปเสร็จแล้ว ก็กดอัพโหลด แล้วนั่งรอได้เลย




3. เมื่อรูปเราอัพเสร็จแล้ว ข้อมูลจะเข้าไปอยู่ในส่วนของ Unfinished files แล้วให้ทำการแก้ไข เพิ่มเติมต่อไป โดยเลือกภาพนั้นจะเป็นแบบ commercial หรือ editorial




4. เริ่มทำการกรอกข้อมูลรายละเอียดคำอธิบายภาพกันเลย
4.1 Clear prepopulated : คือลบข้อมูลภาพที่เคยใช้มาแล้ว (มันจะใส่ขึ้นมาให้เอง) & Autopopulate : ใส่คำอธิบายแบบออโต้ โดยดึงจากข้อมูลเก่ามาใช้
4.2 ในตัวอย่างจะเลือกเป็น commercial
4.3 Title : ชื่อภาพ
4.4 Description : คำอธิบายภาพ
4.5 เลือกหมวดหมู่ภาพ
4.6 ใส่ keyword ของภาพ
4.7 ติ๊กเลือกหัวข้อชนิดของภาพ – ส่วนมากผมจะเลือกติ๊กแค่ 2 ข้อบนเท่านั้น
เสร็จแล้วก็กด Submit ได้เลย




5. เมื่อเรียบร้อยแล้ว ไฟล์ของเราก็จะไปอยู่ในส่วนของ Pending files รอตรวจต่อไป ซึ่งถ้าอัพผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ก็จะใช้เวลารอตรวจประมาณ 150 ชม.เลย รอเกือบสัปดาห์เลยทีเดียว
 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Ammyy โปรแกรมสำหรับ remote desktop ตัวนี้ฟรี

โปรแกรม ammyy นี้ เป็นอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้กันสำหรับการทำ Remote Desktop นอกเหนือจากเจ้า teamviewer ที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว โดยตัวนี้จะมีข้อดีตรงที่ไฟล์จะมีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย และไม่ต้องติดตั้งเลย โหลดเสร็จก็เปิดรันได้เลย ตอนนี้เวอร์ชันที่ใหม่ล่าสุด คือ 3.5 ด้วยจำนวนคนใช้งานที่มากถึง 40 ล้านคน (ตามหน้าเว็บ เค้าว่ามา) ข้อดีหลักๆของตัว ammyy นี้ คือ 1. ไฟลล์มีขนาดเล็กถึงเล็กมาก โหลดได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว ใช้งานโดยที่ไม่ต้องติดตั้ง 2. เชื่อมต่อได้แม้มี firewall หรือผ่าน NAT 3. ระบบการส่งผ่านข้อมูลที่ปลอดภัยสูง (hybrid encryption algorithm) 4. มีระบบคุยด้วยเสียง (voice chat) และตัว file manager มาให้ใช้ได้เลย 5. สามารถควบคุมและจัดการเครื่องปลายทางได้อย่างครอบคลุม การติดตั้งและใช้งาน 1. โหลดโปรแกรมมาจากเว็บของเค้าก่อน http://www.ammyy.com/en/ 2. โหลดเสร็จแล้ว ไม่ต้องติดตั้ง เปิดโปรแกรมเลย จะได้หน้าจอประมาณนี้ ซึ่งจะแสดงหมายเลข ID ของเรา (Your ID) และเลข IP ของเครื่องเรา เอาไว้ให้เพื่อน login เข้ามาที่เครื่องเรา 3. เมื่อเราจะ remote ไปเข้าเครื่องอื่น...

วิธีการลด noise ของภาพก่อนที่จะลงรูปภาพขาย

หลังจากที่ผมโดน dreamstime.com ปฏิเสธไม่รับรูปผม จำนวน Refused Files ในพอร์ตจึงเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย ทำเอาเสียกำลังใจไป (นิดหน่อย) เลยทีเดียว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวส่งใหม่ เพราะเราเกิดจาก IM สายปั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ สบายๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนเริ่มรอบใหม่ ก็ต้องมีการทบทวนของเก่ากันหน่อยว่าเกิดจากสาเหตุใด ที่ทำให้ภาพถูกปัดตกไปเยอะขนาดนั้น (ไม่ขอบอกจำนวนว่ามีกี่ภาพ) ซึ่งหลักๆของข้อหาในรอบนี้ คือ noise เรื่องของ noise วันนี้ก็เลยขอแปลเรื่องการการลด noise ที่ทาง dreamstime.com ให้ผมไปอ่านและฝึกใหม่ Remove the noise before submitting your pictures อันนี้คือลิงค์ต้นฉบับ – Adjust levels, curves, color balance, brightness and contrast; do this first! : ปรับเชค levels, curves, color balance และ brightness and contrast เรื่องเหล่านี้ควรที่จะทำก่อนเพื่อนเลย – Isolate the main noisy areas. Because the filters will soften the picture, therefore you need to apply it only on the areas that really need it. : แยกส่วนที่มี noise เยอะๆ ออกมาก่อน แล้วจึงทำการใช้พวก filter ต่างๆ มาล...

รีวิว CLAShot – ตอนที่ 3 – การตั้งค่า Account

หลังจากที่เราสมัครกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปขั้นแรกที่เราจะทำก็คือ การตั้งค่าต่างๆภายใน account เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างๆง่ายๆ และสะดวก 1. ไปที่เมนู Setting (ด้านขวาล่างของจอ) แล้วให้ตั้งค่าตามนี้ – Send file via wifi only => OFF เพื่อให้เราอัพรูปได้ทุกครั้งที่เชื่อมต่อเนท – Receive newsletters => OFF ไม่รับข่าวสาร เพราะมันเยอะและไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ – Allow sale of my photos => ON ตรงนี้ห้ามลืม เพราะมันตั้งว่าจะให้ภาพของเราสามารถนำไปขายได้เลย หลังจากที่เราอัพขึ้นไป 2. ไปที่เมนู Push Notifications ซึ่งจะเป็นตัวที่ไว้ใช้สำหรับตั้งค่าการเตือน ส่วนนี้ให้ตั้งค่าเป็น ON แค่ My file has been Sold ก็พอแล้ว อันอื่นปิดให้หมด จะได้ไม่ต้องมากดดูบ่อยๆ