ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ค่า ISO ในกล้องคืออะไร



ค่า ISO คิดว่ามือใหม่คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งค่านี้เราต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นให้ได้เสียก่อน เพื่อที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้น ค่า ISO ย่อมาจาก International Standards Organization
ค่า ISO คืออะไร แบ่งเป็น 2 จำพวกนะครับ คือ
- ในกล้องจำพวกกล้องฟิล์ม ค่า ISO (ASA) คือ ค่าความไวของฟิล์มต่อแสง แสดงเป็นตัวเลข เช่น 100, 200, 400 ... ซึ่งค่านี้ถ้ายิ่งน้อย ค่าความไวแสงก็จะน้อย พวกจุดๆ ก็จะน้อยตาม
- ในค่า ISO กล้องดิจิตอลหรือ ISO กล้อง DSLR คือ ค่าความไวแสงของตัว image sensor
เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ถ้า ISO ต่ำๆ จะไวต่อแสงน้อย ถ่ายในที่สว่างๆได้ แต่ถ้าถ่ายที่แสงน้อยจะได้ภาพมืดๆออกมา ถ้า ISO มากๆ จะใช้กับการถ่ายภาพที่มืด เพราะจะมีความไวต่อแสงมากกว่า จึงไวกว่าในที่แสงน้อยกว่า
จำง่ายๆ คือ ISO มาก แสงน้อย / ISO น้อยแสงมาก
แต่ถ้าค่า ISO ที่สูงขึ้น ก็มักจะได้สัญญาณรบกวน (noise) เกิดขึ้นตามมาเช่นกัน ดังนั้นก็ควรที่จะตั้งค่า ISO ให้ต่ำที่สุดที่จะได้ภาพที่มี noise น้อยสุด แต่คงไว้ซึ่งความคมชัดตามที่เราต้องการ
โดยทั่วไป เรามักจะตั้งค่าโหมดถ่ายภาพไว้ที่ auto ซึ่งในโหมดนี้ มันจะคำนวณหาค่า ISO ให้เราเองโดยอัตโนมัติในสภาวะนั้นๆที่เรากำลังถ่ายภาพ มันจะคำนวณค่า ISO, shutter speed และค่ารูรับแสง ที่เหมาะสมให้
มีสิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อจะเลือกใช้ค่า ISO
1. ปริมาณแสง?
2. Grain หรือ Noise ที่รับได้
3. มีขาตั้งกล้อง?
4. วัตถุเคลื่อนไหว?
เช่น
- ถ้าอยู่ในที่ๆมีแสงเพียงพอ ให้มี grain เล็กน้อย มีขาตั้งกล้องพร้อม และวัตถุไม่เคลื่อนไหว กรณีนี้ใช้ ISO ต่ำๆได้เลย
- ถ้าอยู่ในที่มืด ต้องการ grain ด้วย ไม่มีขาตั้งกล้องด้วย แถมวัตถุเคลื่อนไหวอีก แบบนี้ก็ต้องใช้ ISO สูงหน่อย แต่ต้องอยู่ในระดับที่ให้ภาพที่คมชัด กรณีนี้เราอาจจะต้องใช้การปรับ ความเร็วชัตเตอร์และค่ารูรับแสง มาช่วยด้วย
สรุปคือ โดยทั่วไป สถานการณ์ที่เราต้องใช้ ISO สูงๆ ที่มักเจอบ่อยๆ คือ
- ภาพกีฬาในร่ม - แสงน้อย วัตถุเคลื่อนไหวตลอด
- ภาพคอนเสิร์ต - แถมบางที่ห้ามใช้แฟลชอีก
- ภาพในพิพิธภัณฑ์ สถานที่สำคัญทางศาสนา - ที่มักจะมีแสงน้อย และห้ามใช้แฟลชด้วย
- งานเลี้ยง-ปาร์ตี้
ขอขอบคุณที่มา ISO Settings in Digital Photography

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สาเหตุที่พบบ่อยใน Dreamtime.com เมื่อถูกปฏิเสธการรับภาพ

เหตุผลที่เว็บ Dreamtime.com มักจะนำมาใช้เมื่อภาพถูกปฏิเสธ (Reasons for refusals) ผมเองก็เจอบ่อยๆจนเริ่มชินล่ะ ทำไงได้ ตอนนี้ยังเป็นมือใหม่อยู่ แต่สักวันเราต้องดีขึ้น เก่งขึ้น *-* Reasons for refusals: เหตผลที่ภาพถูกปฏิเสธ (แปลมาจากเว็บ Dreamtime.com เลย) Many of our community members have found it difficult to accurately comprehend the reasons for refusal when they received the rejection notification and wondered what to do in order to comply with the Dreamstime criteria. : สมาชิกนักถ่ายภาพขายของ Dreamtime.com ส่วนหนึ่ง (ถึงส่วนมาก) รู้สึกว่าเหตุผลในการถูกปฏิเสธการรับภาพนั้น เข้าใจยาก และไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรที่จะปรับแก้ เพื่อให้ภาพนั้นๆ เหมาะสมกับนโยบานของ Dreamtime.com   Given our wish to prevent further disappointment and frustration for our photographers and illustrators due to refusals, here is a brief, but hopefully useful set of specific and often encountered reasons backed by images. : ดังนั้นเพื่อป้องกันความยุ่งยากและความท้อแท้ที่อาจเกิ...

รีวิว CLAShot – ตอนที่ 3 – การตั้งค่า Account

หลังจากที่เราสมัครกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปขั้นแรกที่เราจะทำก็คือ การตั้งค่าต่างๆภายใน account เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างๆง่ายๆ และสะดวก 1. ไปที่เมนู Setting (ด้านขวาล่างของจอ) แล้วให้ตั้งค่าตามนี้ – Send file via wifi only => OFF เพื่อให้เราอัพรูปได้ทุกครั้งที่เชื่อมต่อเนท – Receive newsletters => OFF ไม่รับข่าวสาร เพราะมันเยอะและไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ – Allow sale of my photos => ON ตรงนี้ห้ามลืม เพราะมันตั้งว่าจะให้ภาพของเราสามารถนำไปขายได้เลย หลังจากที่เราอัพขึ้นไป 2. ไปที่เมนู Push Notifications ซึ่งจะเป็นตัวที่ไว้ใช้สำหรับตั้งค่าการเตือน ส่วนนี้ให้ตั้งค่าเป็น ON แค่ My file has been Sold ก็พอแล้ว อันอื่นปิดให้หมด จะได้ไม่ต้องมากดดูบ่อยๆ

12 เทคนิคสำคัญสำหรับช่างภาพกล้องมือถือ

สำหรับคนที่ต้องการที่จะถ่ายภาพให้สวยงามด้วยกล้องมือถือ smartphone นั้น แนะนำให้ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดู เผื่อที่จะดึงศักยภาพของกล้องของคุณออกมาให้ได้อย่างเต็มที่ Hernandez กล่าวว่า “ผู้คนไม่เข้าใจและไม่เชื่อว่า ภาพจากกล้องมือถือ จะให้โอกาสที่ดีแก่ช่างภาพ“ และกล่าวเสริมอีกว่า “มันเป็นยุคทอง” โดย Hernandez นี้เป็นMultimedia journalist and iPhone street photographer ที่เพิ่งจะเข้าร่วมกับทาง CNN iReport นี่คือ 12 เทคนิค ที่เขาได้แนะนำไว้ 1. It's all about the light มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับแสง : เราควรที่จะถ่ายภาพในสภาวะแสงที่เหมาะสม ซึ่งช่วงที่ดีที่สุดคือตอนเช้าและยามเย็น มันจะสามารถทำให้ภาพที่ดูน่าเบื่อและไม่น่าสนใจ กลับกลายเป็นภาพที่ดึงดูดสายตาและมีเสน่ห์ขึ้นมาในทันที 2. Never use the mobile zoom ไม่ต้องใช้ดิจิตัลซูม : การใช้ดิจิตัลซูมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากและเป็นก้าวแรกเลยที่จะทำใหคุณได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นง่ายๆเลย คือ ถ้าอยากซูม ก็ใช้เท้านั้นล่ะ เดินเข้าไปใกล้วัตถุมากขึ้น ง่ายๆแค่นี้ล่ะ 3. Lock your exposure and focus ล็อคค่ารับแสงและโฟกัส : ด้วยเทคนิคนี้ จะท...