ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การอ่าน Histogram และการนำไปใช้ ตอนที่ 1

วันนี้ผมได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับเจ้า Histogram มา เลยอยากที่จะแปลแบบเป็นเรื่องเป็นราวและลงไว้ในเว็บเสียหน่อย เพื่อแชร์ความรู้นี้ให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกัน (รวมทั้งตัวผมเองด้วย) ส่วนบทความต้นฉบับจะอยู่ที่ How to Read and Use Histograms โดย Darlene Hildebrandt
Histogram เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากอีกตัวหนึ่ง ที่กล้องถ่ายรูปมีให้เรา โดยเฉพาะการนำไปสู่การตั้งค่า exposure ที่ถูกต้อง แต่เราเองบางครั้งหรือหลายๆครั้งมักจะมีความเข้าใจที่ผิดพลาดกับเครื่องมือนี้ ในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่การอ่าน Histogram และการนำไปใช้ เพื่อให้ได้มาซึ่งค่า exposure ที่เหมาะสมที่สุด ณ เวลานั้นๆ

Histogram คืออะไร
แปลตาม dictionary ก็คือ “A bar graph of a frequency distribution in which the widths of the bars are proportional to the classes into which the variable has been divided and the heights of the bars are proportional to the class frequencies.” ยาวมาก ขี้เกียจแปล มาดูว่าเราจะอ่านมันอย่างไร และนำมันไปใช้อย่างไร

การอ่านค่า Histogram
Histogramคือกราฟแท่งที่แสดงถึงความถี่หรือจำนวนของ pixel ที่การจายอยู่ ณ ช่วงค่าความสว่างต่างๆ จากรูป ส่วนที่อยู่ทางซ้าย คือส่วนที่เป็นด้านมืดหรือเงา ส่วนด้านขวา คือ ส่วนที่เป็นสีขาวหรือส่วนสว่างของภาพ และส่วนตรงกลาง คือ ส่วนสีเทา โดยที่ส่วนที่เป็นความสูงจะแสดงถึงจำนวนที่มีของค่าความสว่างหรือในช่วงโทนนั้นๆ แต่ละโทนซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0-255 (0 คือ มืดสุด และ 255 คือ สว่างสุด) คือค่าตำแหน่งบนแกนแนวนอนของกราฟ เมื่อมันมาเรียงต่อกันบนกราฟ ก็จะมีหน้าตาประมาณนี้


เราได้อะไรจาก Histogram
แค่เพียงอ่าน Histogram จากภาพ เราก็สามารถที่จะได้อะไรๆออกมาหลายอย่าง ถ้าค่า exposed ดี รูปกราฟจะกระจายตัวแบบ สูงตรงกลางและมีที่ว่างซ้ายขวาเท่ากัน ความสูงเท่าๆกัน (แต่ในความเป็นจริง อาจจะไม่ใช่ทุกกรณีที่เป็นแบบนี้ ต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย)


เป็นรูป Histogram ในอุดมคติ สวยงาม ความสูงและการกระจายตัวมีความสมดุลกัน

 
เป็น Histogram ที่ถ่ายภาพมืด กราฟจะเบ้ไปทางซ้าย (มืด) ซึ่งไม่ถือว่าผิด เราก็แค่ทำให้กราฟมันเบ้กลับไปทางขวา (สว่าง) ก็ดีขึ้นแล้ว
เป็น Histogram ที่ถ่ายภาพวัตถุสว่าง โทนของภาพจะค่อนไปทางสว่าง และมีส่วนสว่างในภาพค่อนข้างเยอะ
เมื่อ Histogram บอกคุณเองว่าควรจะปรับ exposure ได้แล้ว
ถ้ามี gap (ช่องว่าง) อยู่ที่ข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่าเรากำลังพลาดรายละเอียดบางอย่างและเราสามารถปรับ exposure ได้โดยที่รายละเอียดของภาพยังคงอยู่ ถ้ากราฟสูงๆของเราเอียงไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่งมากๆ เราก็ยังสามารถปรับค่า exposure ของเราได้อยู่
ภาพนี้แสดงตัวอย่างว่ากราฟมี gap ทางซ้าย และกราฟไปทางขวาเยอะ หมายถึงติดไปทาง over ทำให้ภาพจะขาดรายละเอียดในโทนสีดำ แก้ได้โดย ปรับลด exposure แล้วถ่ายใหม่

ภาพนี้จะตรงข้ามกับภาพด้านบน เราเห็น gap อยู่ทางขวา หมายถึงภาพเราจะมีส่วนสีขาวน้อย มีส่วนสีดำเยอะ ทางแก้ก็ปรับเพิ่ม exposure แล้วถ่ายใหม่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การใช้งานเว็บ Dreamstime สำหรับคนขายภาพ

หลังจากที่เราลอคอินเว็บ Dreamstimeแนท ผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว จะมีเมนูคำสั่งที่เราควรที่จะสนใจและใช้งานบ่อยๆอยู่ ในบทความนี้ ก็จะมาแนะนำเมนูที่ว่าดังกล่าวที่เราควรที่จะรู้จักเอาไว้ ตรงส่วนเมนูด้านขวาบน ซึ่งจะเป็นรายละเอียดสรุปรวมของ account ของเรา ดังนี้ คือ Credits remaining: แสดงเครดิตเงินที่มีใน account Earnings balance: รวมรายได้ที่มีจากกการขายภาพต่างๆ Downloads: จำนวนภาพที่ถูก download ทั้งหมดของเรา Uploads: จำนวนภาพที่ถูก upload ทั้งหมดของเรา Total revenue: ยอดเงินทั้งหมด Unread comments: คอมเมนต์ที่ยังไม่ได้อ่าน ตรงนี้จะเป็นส่วนรายละเอียดของส่วนต่างๆที่มี โดยแบ่งแยกออกเป็น 1. ส่วนนี้จะแสดงคำอธิบายเมนูต่างๆ เมื่อเราเอา mouse ไปวางบนเมนูนั้นๆ 2. Buyers Area : สำหรับในกรณีที่เราเป็นผู้ซื้อภาพ ก็จะแสดงเกี่ยวกับสถานะต่างๆ 3. Your Statistics : แสดงสรุปสถิติของเรา – files online : ไฟล์ที่ออนไลน์อยู่ในตอนนี้ – unfinished files : ไฟล์ที่ยังไม่เสร็จ – pending files : ไฟล์รอตรวจ – disabled files : ไฟล์ที่ปิดไว้ชั่วคราว – current earnings : ยอดขายรวมตอนนี...

รีวิว CLAShot – ตอนที่ 3 – การตั้งค่า Account

หลังจากที่เราสมัครกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปขั้นแรกที่เราจะทำก็คือ การตั้งค่าต่างๆภายใน account เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างๆง่ายๆ และสะดวก 1. ไปที่เมนู Setting (ด้านขวาล่างของจอ) แล้วให้ตั้งค่าตามนี้ – Send file via wifi only => OFF เพื่อให้เราอัพรูปได้ทุกครั้งที่เชื่อมต่อเนท – Receive newsletters => OFF ไม่รับข่าวสาร เพราะมันเยอะและไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ – Allow sale of my photos => ON ตรงนี้ห้ามลืม เพราะมันตั้งว่าจะให้ภาพของเราสามารถนำไปขายได้เลย หลังจากที่เราอัพขึ้นไป 2. ไปที่เมนู Push Notifications ซึ่งจะเป็นตัวที่ไว้ใช้สำหรับตั้งค่าการเตือน ส่วนนี้ให้ตั้งค่าเป็น ON แค่ My file has been Sold ก็พอแล้ว อันอื่นปิดให้หมด จะได้ไม่ต้องมากดดูบ่อยๆ

สาเหตุที่พบบ่อยใน Dreamtime.com เมื่อถูกปฏิเสธการรับภาพ

เหตุผลที่เว็บ Dreamtime.com มักจะนำมาใช้เมื่อภาพถูกปฏิเสธ (Reasons for refusals) ผมเองก็เจอบ่อยๆจนเริ่มชินล่ะ ทำไงได้ ตอนนี้ยังเป็นมือใหม่อยู่ แต่สักวันเราต้องดีขึ้น เก่งขึ้น *-* Reasons for refusals: เหตผลที่ภาพถูกปฏิเสธ (แปลมาจากเว็บ Dreamtime.com เลย) Many of our community members have found it difficult to accurately comprehend the reasons for refusal when they received the rejection notification and wondered what to do in order to comply with the Dreamstime criteria. : สมาชิกนักถ่ายภาพขายของ Dreamtime.com ส่วนหนึ่ง (ถึงส่วนมาก) รู้สึกว่าเหตุผลในการถูกปฏิเสธการรับภาพนั้น เข้าใจยาก และไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรที่จะปรับแก้ เพื่อให้ภาพนั้นๆ เหมาะสมกับนโยบานของ Dreamtime.com   Given our wish to prevent further disappointment and frustration for our photographers and illustrators due to refusals, here is a brief, but hopefully useful set of specific and often encountered reasons backed by images. : ดังนั้นเพื่อป้องกันความยุ่งยากและความท้อแท้ที่อาจเกิ...